“แฟนหงส์” ไม่ปลื้ม ผีแดง แพ้ เลสเตอร์ คาถิ่น

ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์ประท้วงของ “เร้ดอาร์มี่” ที่เกิดนอกสนามแต่ตอนนี้ส่งผลเสียหายในสนามเรียบร้อยแล้ว

“ปีศาจแดง” ถูกบังคับให้ต้องส่งสำรองลงยกทีม 10 ตัว หลังได้พักวันเดียวในขณะที่ เลสเตอร์ ที่หลายคนวิเคราะห์ไว้เมื่อเดือนสองเดือนก่อนว่าเป็นทีมที่ล่อแหลมที่สุดกับการเสีย top 4 

แต่พอการสับเปลี่ยนโปรแกรมแบบสายฟ้าแลบกลายเป็นเข้าทางทีม เบรแดน ร็อดเจอร์ส ทันที 

ตอนแรกผมตั้งใจว่าถ้าผลออกมาเสมอคงไม่เขียนอะไร ปิดไฟนอนดีกว่า บอลโรเตชั่นแบบนี้ไม่น่ามีประเด็นอะไรและอีก 2 วันก็จะถึงคิว “แดงเดือด” แล้ว

ด้วยความที่สำรองของเจ้าถิ่นทดแทนตัวจริงไม่ได้อยู่แล้ว การส่งเด็กหน้าละอ่อนที่ชั่วโมงบินน้อยอย่าง อันโธนี่ เอแลงก้า หรือ อาหมัด ดิยาลโล่ แค่ถูกแซะถูกเบียดก็ปลิวแล้ว

ยิ่งแบ็ค 2 ฝั่งทั้ง แบรนดอน วิลเลียมส์ และ อเล็กซ์ เตลเลส เป็นบ่อทำให้ เลสเตอร์ ทั้งขุดทั้งเจาะอย่างสนุกสนาน

แข้ง เลสเตอร์ ก็เหมือนตอนเราเตะกับเพื่อนๆแหละครับ คนไหนเล่นไม่ค่อยเป็นเราก็จะรีบวิ่งไปหา อาจไม่ต้องทำอะไรด้วยซ้ำเดี๋ยวมีส้มหล่น ทรงบอลเป็นแบบนี้ก็โดนกดสิครับ

ตลอด 10 นาที เลสเตอร์ ขึงเกมตามสภาพครับ ประตู 1-0 ก็มาจากการเปิดริมเส้นซึ่งเวลาที่ว่านี้ แมนฯยูฯ หาบอลไม่เจอและพาบอลเลยครึ่งสนามมาหนเดียวจาก อาหมัด ได้บอลริมเส้นแล้วออกข้าง

จากทรงบอลและโดนเร็วแบบนี้ โอกาสสกอร์ไหลมีสูงมากเพราะแนวรับเจ้าถิ่นหลวมมาก กลางก็ไม่สามารถชะลอหรือขู่อะไรได้เลยทั้ง ฟาน เดอ เบค หรือ ฆวน มาต้า ยังพอมี เนมันย่า มาติช ที่พอเก็บบอลและช่วยแบกให้น้องมันได้บ้าง

“จิ้งจอก” ช่วงหลังก็เป็นทีมที่บทจะเสียก็เสียง่ายๆและปล่อยให้การพาบอลมาถึงหน้าเขตโทษหนแรกรวมถึงง้างเท้ายิงหนแรกก็เป็นประตูทันที

ในระยะเวลาแค่ 3 วัน “กรีนวู้ด” หลอกรุ่นพี่ทั้ง มิงส์ กับ โซยุนซู จังหวะนี้แค่บิดเอวจะยิงซ้ายแต่ไปออกขวาหน้าตาเฉย 

หมากของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา คือยังไงก็ต้องเซฟนักเตะตัวหลักไว้ก่อนแต่กะว่าถ้าเด็กเกิดมีของยันเสมอไว้จนถึงซัก 30 นาทีสุดท้ายค่อยเสี่ยง

ซึ่งก็เป็นไปตามนั้นหลังส่งทั้ง เอดินสัน คาวานี่ และ มาร์คัส แรชฟอร์ด (บรูโน่ ตามมานาที 78)

แต่ที่ “น้าลูกอม” พลาดและผู้จัดการทีมส่วนใหญ่ที่มีประสบการณ์เขาไม่ทำกันคือเปลี่ยนตัวตอนเสีย “เตะมุม”

มันทำให้ผู้เล่นที่เหลือเสียสมาธิ เป็นสูตรที่ไม่ตายตัวแต่เขาไม่ทำกันแต่น้าแกเปลี่ยนรวดเดียว 2 คนก่อนที่ มาติช จังหวะไม่ดีไม่ได้ขึ้นเทคเพราะรอบอลแต่ โซยุนซู วิ่งโถมมาพอดีเป๊ะ

น่าเสียดายแทนเพราะผมว่านักเตะ แมนฯยูฯ ที่เหวอๆในครึ่งแรกเริ่มปรับสภาพหายตื่นสนามแต่มาโดนลูกเตะมุมที่ยังเป็นปัญหาใหญ่ในซีซั่นนี้ทุกอย่างจบทันที

ครับพอรายชื่อออกมา “เร้ดอาร์มี่” เองก็คงไม่ได้คาดหวังอะไรกับผลการแข่งขันอยู่แล้วแต่อาจจะผิดหวังกับฟอร์มรุ่นพี่ที่ลงสนามในวันนี้เท่านั้นเอง

“จิ้งจอก” กลายเป็นทีมแรกและทีมเดียว (ในตอนนี้) ที่เตะไปแล้ว 36 นัดและการได้ 3 แต้มออกจาก โอลด์แทรฟฟอร์ด ด้วยอนิสงฆ์จากการประท้วงของแฟนบอล ยูไนเต็ด ถือว่าโคตรสำคัญ

สำคัญยังไงจิตดี สำคัญตรงที่ 2 นัดสุดท้ายเจอทั้ง เชลซี และ สเปอร์ส ถึงแพ้รวดทั้งหมดแต่ เวสต์แฮม ก็ต้องชนะ 3 นัดที่เหลือถึงจะแซง

เท่ากับว่าชัยชนะครั้งนี้เหมือนได้ ท็อปเปอร์ นิ่มๆมารองนอน ผมมั่นใจว่า “จิ้งจอก” และ เชลซี ไม่พลาดแน่ๆ

ส่วนบรรดา “เฮียหวัง” ทีมรองๆลงไปตอนนี้รู้ชะตากรรมตัวเองกันหมดเรียบร้อย 

นี่คือสิ่งที่ เดวิด มอยส์ กุนซือ “ขุนค้อน” บ่นเอาไว้ตั้งแต่รู้ว่า “ผี” จะโรเตชั่นแน่นอน

อย่างไรก็ตามผลประโยชน์ของทีมตัวเองสำคัญที่สุดดังนั้นผมคิดว่า มอยส์ น่าจะไซโคให้นักเตะสำรอง ยูไนเต็ด เล่นแบบจริงจังเพื่อพิสูจน์ให้เห็น

เหตุการณ์นี้ทำให้ผมนึกถึงสมัยเมื่อ 10 กว่าปีก่อนตอนที่ นีล วอร์น็อค อดีตบอส เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ด่า ราฟาเอล เบนิเตซ อดีตบอส ลิเวอร์พูล ว่าไม่มีมืออาชีพหลังส่งสำรองเจอกับทีมที่หนีตกชั้น

แต่ “หงส์แดง” มีคิวเตะบอลยุโรป ใครจะมาบ้าส่งตัวจริงวิ่งน้ำบานแล้วสู้เพื่อ “ดาบคู่” ล่ะครับ

คำถามคือทั้งซีซั่นมีเกมเตะเยอะแยะคุณมรึงทำอะไรอยู่ ห่วยเองใช่ไหมถ้าใช่ก็เงียบปาก อะไรประมาณนั้น

ท้ายที่สุด แมนฯซิตี้ คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก อย่างเป็นทางการซึ่งก็เรียกว่า ”นอนมา” ตั้งนานแล้ว 

อาจจะดีใจพอเป็นพิธีแบบ “มีม” ของชายฝรั่งใส่แว่นแล้วชูกำปั้นเฮแห้งๆ อะไรประมาณนั้น

แต่ที่อาจได้เฮแบบจริงจังเชื่อว่าหนีไม่พ้นศึก “แดงเดือด” เพราะไม่มีอะไรจะสะใจมากไปกว่าการดับฝันตั๋ว UCL (อันริบหรี่) ของ “หงส์แดง” ด้วยน้ำมือพวกเขาเอง…