“แฟนผีแดง”ส่งจดหมายถึงบอร์ด แฟนบอลต้องมีสิทธิ์เท่าเจ้าของทีม

กลุ่มแฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ตอบจดหมายของ โจเอล เกลเซอร์ ว่าพวกเขาต้องการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของสโมสรอย่างเท่าเทียมกับเจ้าของทีม

แฟนบอล “ปีศาจแดง” เดินขบวนประท้วงหนัาสนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด ก่อนเกมแดงเดือดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อแสดงจุดยืนต่อต้านเจ้าของทีม

การประท้วงบานปลายจนมีแฟนบอลบางส่วนเข้าไปถึงสนามแข่ง จนต้องเลื่อนเกมดังกล่าวออกไป รวมถึงมีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้ามาควบคุมสถานการณ์ด้วย

ทั้งนี้ แฟนบอลได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงตระกูล เกลเซอร์ เมื่อวันที่ 30 เมษายน เพื่อเรียกร้องให้ยอมรับการมีส่วนร่วมโดยตรงของแฟนบอล หลังจากที่ไม่เห็นหัวกันมาตลอด 16 ปี

โจเอล เกลเซอร์ ได้ออกจดหมายเปิดผนึกเพื่อตอบข้อเรียกร้องของแฟนบอลเมื่อวานนี้ โดยกล่าวว่าจะยอมเปิดกว้างให้แฟนบอลมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของสโมสร พร้อมยืนยันจะลงทุนเพื่อพัฒนาทีม

อย่างไรก็ดี ล่าสุดกลุ่มแฟนบอล ยูไนเต็ด หรือ MUST ได้ออกแถลงการณ์ตอบจดหมายเจ้าของทีม โดยเน้นย้ำจุดยืนที่ต้องการให้แฟนบอลมีส่วนร่วม และเรียกร้องให้แฟนบอลมีสิทธิ์มีเสียงเท่าเทียมกับเจ้าของสโมสร

“โดยทางทฤษฎีแล้ว, และเราขอย้ำว่าโดยทางทฤษฎีเท่านั้น, คำตอบนั้นอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงแนวทางและวิธีการของเหล่าเจ้าของทีม ต่อความเงียบงันและความเฉยเมยในการสื่อสารตลอดช่วง 16 ปีที่ผ่านมา” MUST แถลง

“อย่างไรก็ตาม เรายังคงกำหนดจุดยืนที่ขึ้นอยู่กับการกระทำมากกว่าถ้อยคำเหล่านั้นเพียงอย่างเดียว, ในอดีตเราได้เจอกับถ้อยคำที่ไร้ความหมายมาหลายต่อหลายครั้ง, เราจะหาข้อสรุปจากสมาชิกของกลุ่มและฐานแฟนบอลที่กว้างขวางก่อนจะดำเนินการใดๆ พวกเราแค่หวังว่าจะมีส่วนร่วมในกระบวนการอย่างที่ผู้สนับสนุนของเราต้องการให้เป็น”

“สโมสรยังคงมีหน้าที่แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีต, ไม่เพียงแค่เรื่องยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีกเท่านั้น, แต่ยังรวมถึงการขาดการสื่อสารและการปรึกษาหารือโดยรวมของเหล่าเจ้าของทีมด้วย”

“เป้าหมายหลักของพวกเรา ยังคงเป็นการทำให้มั่นใจว่าแผนการเข้าถือหุ้นของแฟนบอลจะมอบเสียงโหวตที่เท่าเทียมกับหุ้นที่ตระกูล เกลเซอร์ ถืออยู่ แผนการนี้ควรได้รับการขยายสู่ฐานแฟนบอลระดับสากล และสร้างการมีส่วนร่วมที่สำคัญกับสโมสรนี้”

“จากทั้งหมดข้างต้น, เป้าหมายของเรายังคงเหมือนเดิมอย่างที่กล่าวในจดหมายเปิดผนึกถึง โจเอล เกลเซอร์, พวกเราต้องการ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โฉมใหม่, ที่แฟนบอลร่วมถือหุ้นและมีปากมีเสียงในเรื่องสำคัญๆอย่างมีความหมาย นี่คือเป้าหมายของเรา, และเราจะไม่ยอมหยุดจนกว่าจะไปถึงจุดนั้น”